สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ทำธุรกิจแบบไหนดี

ทำธุรกิจแบบไหนดี

ข้อมูลเปรียบเทียบการเริ่มต้นเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง

การเริ่มต้นธุรกิจโดยการเป็นธุรกิจของบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

รูปแบบธุรกิจข้างต้นต่างมีทั้งส่วนดีส่วนเสีย ขึ้นกับความเหมาะสมของขนาดและประเภทธุรกิจ ดังนั้นก่อนการเริ่มต้นธุรกิจ เจ้าของธุรกิจควรตัดสินใจว่า ควรจะจัดตั้งธุรกิจแบบใดจึงจะเหมาะสมกับธุรกิจของท่าน เพื่อให้กิจการมีต้นทุนต่ำและมีกำไรสูงสุด

1. ธุรกิจบุคคลธรรมดา เป็นเจ้าของกิจการเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมลงทุนกับบุคคลอื่น ทำให้มีอิสระในการดำเนินงานและการตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ ผลกำไรที่เกิดขึ้นก็ไม่ต้องแบ่งให้ใคร แต่เจ้าของธุรกิจจะต้องรับผิดชอบในหนี้สินของกิจการที่เกิดขึ้นไม่จำกัดจำนวน
การจัดทำบัญชีและเสียภาษี ข้อดีของธุรกิจบุคคลธรรมดาคือไม่ต้องยุ่งยากในการจัดทำบัญชี แต่ต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ เป็นการตกลงทำกิจการร่วมกันและแบ่งกำไรกันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในหนี้สินของกิจการโดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งห้างหุ้นส่วนชนิดนี้กฎหมายไม่ได้บังคับให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จึงเสมือนมีสภาพเป็นคณะบุคคล ซึ่งหากเลือกจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจะเรียกว่า "ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล" ซึ่งความรับผิดในหนี้ของหุ้นส่วน จะจำกัดเพียง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกจากการเป็นหุ้นส่วนเท่านั้น
การจัดทำบัญชีและเสียภาษี ไม่ต้องยุ่งยากในการจัดทำบัญชี เหมือนกรณีบุคคลธรรมดา แต่การเสียภาษีเงินได้ของคณะบุคคลจะเสียภาษีเงินได้เหมือนกับบุคคลธรรมดาที่แยกออกจากตัวบุคคล ถือเป็นบุคคลอีกคนหนึ่งตามมาตรา 56 วรรค(2) ของประมวลรัษฎากร นอกจากนี้เงินส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ด้วย

ห้างหุ้นส่วนจำกัด การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนชนิดนี้จะต้องจดทะเบียนนิติบุคคลตามกฎหมาย ผู้เป็นหุ้นส่วนสามารถโอนหุ้นให้บุคคลอื่นได้ไม่เหมือนกับห้างหุ้นส่วนประเภทแรก ลักษณะของห้างหุ้นส่วนประเภทนี้จะมีผู้เป็นหุ้นส่วน 2 ประเภทด้วยกัน คือ หุ้นส่วนที่เป็นต้องรับผิด ชอบในหนี้สินของกิจการไม่จำกัดจำนวน และหุ้นส่วนที่รับผิดชอบในหนี้สินของกิจการจำกัดจำนวนไม่เกินจำนวนเงินที่ตนได้ลงทุนไป ในส่วนของเงินลงทุนต้องชำระค่าหุ้นทั้งจำนวนที่จะลงทุน


การจัดทำบัญชีและเสียภาษี มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีเหมือนกรณีตั้งบริษัท และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล


3. บริษัทจำกัด การจัดตั้งกิจการจะต้องมีผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 3 คน โดยการแบ่งเงินลงทุนออกเป็นหุ้น มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกัน ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ ดำเนินโดยคณะกรรมการบริษัท ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากกว่า ในส่วนของเงินลงทุน สามารถแบ่งจ่ายได้ โดยจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระ ณ วันจัดตั้ง 25% ของมูลค่าหุ้น (ต้องการลงทุน 1,000,000 บาท โดยออกหุ้น จำนวน 10,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท เงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ ณ วันจัดตั้ง คือ หุ้นละ 25 บาท รวมเป็นจำนวน 250,000 บาท ส่วนที่เหลือ สามารถทยอยชำระได้)
การจัดทำบัญชีและเสียภาษี มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี และเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล


เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการเลือกรูปแบบองค์กร

รายละเอียด      

เจ้าของคนเดียว

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

บริษัทจำกัด

เงินลงทุน                        มีเงินทุนจำกัด ระดมเงินทุนได้มากขึ้น ระดมเงินทุนได้ง่ายและมาก
การบริหารงาน มีอำนาจเต็มที่ ต้องปรึกษากับหุ้นส่วน บริหารโดยกรรมการบริษัท
ความรับผิดในหนี้สิน เต็มจำนวน จำกัดและไม่จำกัดความรับผิดชอบ เฉพาะมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ
ผลกำไรขาดทุน ไม่ต้องแบ่งใคร จ่ายตามสัดส่วนของการลงทุน จ่ายเป็นเงินปันผลตามจำนวนหุ้นที่ถือ
ภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย

ตามอัตราก้าวหน้า 0 - 35%

ของกำไร

อัตราก้าวหน้า 0 - 20% ของกำไร

กรณีขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี

อัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ

กรณีขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี

การจัดทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย ทำงบตามมาตรฐานการบัญชี ทำงบตามมาตรฐานการบัญชี
ความน่าเชื่อถือ น้อย ปานกลาง มาก


หมายเหตุ อัตราภาษีเงินได้มีรายละเอียดดังนี้ 

เจ้าของคนเดียว

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

บริษัทจำกัด

ใช้เงินได้สุทธิในการคำนวณภาษี                             ใช้เงินได้สุทธิในการคำนวณภาษี ใช้เงินได้สุทธิในการคำนวณภาษี
 ไม่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล 

ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเท่านั้น จะเสียภาษีในอัตรา 0% - 20% จะเสียภาษีอัตรา

เท่าไรขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ

  • ถ้าเป็นกิจการขนาดใหญ่ (มีทุนจด ทะเบียนตั้งแต่ 5 ล้านบาท) เสียภาษีอัตรา 20%
  • ถ้าเป็นธุรกิจ SMEs (มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้าน รายได้รวมและสินทรัพย์รวม ไม่เกิน 30 ล้าน และมีพนักงานไม่เกิน 200 คน )
           0    -     150,000    =     0%                                             1     -       300,000    =   ยกเว้น
 150,001    -    300,000     =    5%                                    300,001     -     1,000,000    =   15%
 300,001    -  500,000       =    10%

                               1,000,001           ขึ้นไป           =   20%

 500,001    -  750,000       =    15%
 750,001    -  1,000,000    =    20%
1,000,001    -  2,000,000  =    25%
2,000,001    -  4,000,000  =    30%   
4,000,000 ขึ้นไป               =    35%   


  ** หากสงสัยภาษี สอบถามได้ทางอีเมล์ ac_best@ymail.com หรือ 02 510 1539 ได้นะค่ะ**

view